อรูบ้า (Aruba) เปิดตัวผลิตภัณฑ์สวิตช์ Aruba CX 6300 Series และ Aruba CX 6400 Series

ข่าวประชาสัมพันธ์

อุปกรณ์สวิตช์ตระกูล CX รุ่นใหม่ล่าสุด เพียบพร้อมด้วยความสามารถรอบด้านอย่างครบวงจร ครอบคลุมการใช้งานทั้งระบบเครือข่ายหลักภายในองค์กรธุรกิจ สำนักงานสาขา และดาต้าเซ็นเตอร์ มาพร้อมกับระบบปฏิบัติการแบบ Cloud-Native รวมทั้งความสามารถการทำงานโดยอัตโนมัติและวิเคราะห์ข้อมูลอย่างครบวงจร ช่วยให้ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายมีประสบการณ์ในการทำงานที่สะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น

 

 

กรุงเทพมหานคร – อรูบ้า (Aruba) บริษัทในเครือฮิวเล็ตต์แพ็คการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ (NYSE: HPE) ประกาศว่าอรูบ้าได้ทำการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์ของระบบเครือข่ายด้วยการเปิดตัวนวัตกรรมของอุปกรณ์สวิตช์และซอฟต์แวร์ที่ถูกออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์ความต้องการของระบบเครือข่ายในองค์กรธุรกิจยุคใหม่ทั้งในแคมปัสที่มีหลายหน่วยอยู่ด้วยกัน สำนักงานสาขา และดาต้าเซ็นเตอร์ ด้วยผลิตภัณฑ์สวิตช์ตระกูล Aruba CX โดยได้มีการเพิ่มผลิตภัณฑ์สวิตช์แบบกำหนดค่าตายตัว (fixed configuration) ในชื่อรุ่นว่า Aruba CX 6300 Series และผลิตภัณฑ์สวิตช์แบบโมดูลาร์ในชื่อรุ่นว่า Aruba CX 6400 Series เข้ามาใช้งานได้ทั้งเป็นสวิทช์รวม (Aggregation Switch) และสวิทช์หลัก (Core Switch) อีกทั้งยังมีการเพิ่มนวัตกรรมล้ำสมัยล่าสุดเข้าไปยังระบบปฏิบัติการ AOS-CX อีกด้วย ทำให้ผู้ให้บริการระบบเครือข่ายมีระบบสวิตช์ครบวงจรเพียงระบบเดียวที่บริหารจัดการได้อย่างง่ายดาย เพื่อช่วยเร่งสร้างผลตอบแทนทางธุรกิจได้มากยิ่งขึ้นทั้งปัจจุบันและอนาคต

 

 

อรูบ้าเป็นบริษัทแรกที่นำเสนอแพลทฟอร์มสวิตชิ่งเพียงหนึ่งเดียวที่ทำงานด้วยระบบปฏิบัติการเครือข่ายที่ทันสมัยอย่าง AOS-CX เชื่อมต่อตั้งแต่ส่วนชายขอบ (edge) ขององค์กรไปศูนย์กลาง (core) จนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ แพลทฟอร์มแบบ Cloud-Native โดยเฉพาะอันเป็นเอกลักษณ์ที่โดดเด่นนี้ยังได้ถูกปรับปรุงประสิทธิภาพให้สูงยิ่งขึ้นไปอีกด้วยการใช้เทคโนโลยี Network Analytics Engine (NAE) อันทรงพลังของอรูบ้า ที่นำความสามารถในการทำงานแบบอัตโนมัติและระบบวิเคราะห์ข้อมูลที่ฝังอยู่ภายในระบบมาช่วยให้การบริหารจัดการสะดวกง่ายดายและแก้ไขปัญหาได้อย่างรวดเร็วยิ่งขึ้นทั้งในเรื่องประสิทธิภาพการทำงานของระบบแอปพลิเคชันและปัญหาทั่วไปที่เกิดขึ้นภายในระบบเครือข่าย

 

 

 

คุณประคุณ เลาหกิตติกุล ผู้อำนวยการประจำประเทศไทยของ อรูบ้า หนึ่งใน บริษัท ฮิวเลตต์ แพคการ์ด ได้กล่าวบรรยายแก่สื่อมวลชนในเรื่อง อรูบ้า (Aruba) สวิตช์ที่ตอบโจทย์ Disruption แห่งอนาคต  https://www.youtube.com/watch?v=Rr7YgZb5w28

 

“ระบบการทำงานแบบอัตโนมัติที่ขับเคลื่อนด้วยปัญญาประดิษฐ์ (AI) นี้จะต้องถือเป็นหัวใจสำคัญของสถาปัตยกรรมสมัยใหม่ตั้งแต่ปลายขอบของเครือข่ายไปจนถึงคลาวด์ (edge-to-cloud) และเพื่อให้เทคโนโลยีดังกล่าวนี้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง มันจะต้องมีระบบโครงสร้างพื้นฐานอัจฉริยะถือเป็นรากฐานที่สำคัญ” คุณกีรติ เมลกอต (Keerti Melkote) ประธานและผู้ก่อตั้งของอรูบ้า บริษัทในเครือฮิวเล็ตต์แพ็คการ์ตเอ็นเตอร์ไพรส์กล่าว “เราเชื่อว่า AI คือกุญแจสำคัญในการวิเคราะห์ข้อมูล, นำเสนอองค์ความรู้ที่พร้อมนำไปใช้งาน และการทำงานโดยอัตโนมัติสำหรับระบบเครือข่ายขนาดใหญ่เพื่อเสริมความสามารถของผู้ให้บริการระบบเครือข่ายให้สามารถตรวจสอบแก้ไขปัญหา, บรรเทาปัญหา และป้องกันปัญหาซึ่งเป็นความท้าทายที่ใหญ่ที่สุดส่วนหนึ่งของงานทางด้าน IT วิสัยทัศน์ของเราต่ออนาคตนั้นก็คือสถาปัตยกรรมแบบ Cloud-Native ที่จะสามารถทำให้ธุรกิจมีความคล่องตัวสามารถปรับตัวได้อย่างรวดเร็ว และนำเสนอประสบการณ์ดิจิทัลรูปแบบใหม่ได้ การเปิดตัวในผลิตภัณฑ์สวิทช์รุ่นใหม่ในวันนี้ถือเป็นก้าวสำคัญอันจะนำไปสู่ความได้สำเร็จตามทิศทางนี้”

 

 

คุณ Justin Chiah ผู้อำนวยการอาวุโสและผู้จัดการทั่วไปแห่งอรูบ้าประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กล่าวไว้ว่า “ด้วยการมีหลายระบบเครือข่ายทั้งที่แคมปัสของธุรกิจ, สำนักงานสาขา และดาต้าเซ็นเตอร์ทำงานร่วมกันในฐานะของรากฐานสำคัญที่จะขับเคลื่อนดิจิทัลแพลทฟอร์มให้กับองค์กรธุรกิจสมัยใหม่ในทุกวันนี้ที่ต้องพึ่งพิงใช้งาน การเปิดตัวผลิตภัณฑ์ใหม่ในวันนี้ของเราได้แสดงให้เห็นถึงการที่ อรูบ้ายังคงมุ่งมั่นพัฒนานวัตกรรมใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องเพื่อช่วยให้องค์กรธุรกิจสามารถจัดการกับปัญหาระบบการทำงานที่หลากหลายซับซ้อน, ระบบเครือข่ายล้าสมัยที่มีอยู่เดิม และประเด็นด้านการมองเห็นการทำงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในระบบเครือข่ายอย่างครบถ้วนชัดเจน (visibility) เพื่อสร้างการเชื่อมต่อระหว่างบริการต่าง ๆ อย่างไร้รอยต่อในยุคสมัยแห่ง Edge-Cloud ด้วยการออกแบบตามแนวคิด Cloud-Native ความสามารถของ Aruba AOS-CX ได้รวมเอาการทำงานโดยอัตโนมัติและความสามารถในการวิเคราะห์ข้อมูลชั้นสูงเอาไว้เพื่อให้นำเสนอข้อมูลเชิงลึกได้อย่างเรียลไทม์ เพิ่มความมั่นคงทนทานและความยืดหยุ่นของระบบ และทำให้องค์กรธุรกิจสามารถเลือกใช้งานการตั้งค่าที่เหมาะสมที่สุดตามความต้องการเฉพาะทางได้ แนวทางนี้ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญสำหรับองค์กรในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ต้องการยกระดับความมั่นใจในระบบเครือข่ายของตนให้มีความสามารถรองรับการใช้งานในอนาคตได้ในท่ามกลางช่วงเวลาที่มีการเปลี่ยนแปลงเชิงดิจิทัลกระจายไปทั่วโลกเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

 

 

ทุกวันนี้ องค์กรธุรกิจไม่อาจคงความสามารถในการแข่งขันได้ด้วยการมีประสิทธิภาพที่สูงขึ้นและมีแบนด์วิดธ์ที่มากขึ้นเท่านั้น แต่องค์กรธุรกิจสมัยใหม่นั้นต้องการสถาปัตยกรรมที่ล้ำสมัยซึ่งสามารถตรวจสอบความถูกต้องในการทำงานและปรับแต่งการทำงานได้ด้วยตัวระบบเองเพื่อให้การทำงานเป็นอย่างอัตโนมัติครบวงจร สามารถช่วยสนับสนุนระบบแอปพลิเคชั่นที่มีความสำคัญสูงได้อย่างชาญฉลาด ปกป้องเครือข่ายจากการโจมตีรูปแบบใหม่ ๆ และสามารถรองรับการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็วเพื่อตอบโจทย์ความต้องการขององค์กรธุรกิจในปัจจุบัน จนถึงปัจจุบันนี้ผูดูแลระบบเครือข่ายทั้งหลายยังคงต้องต่อสู้กับสถาปัตยกรรมระบบเครือข่ายหลากหลายในองค์กรที่ไม่ยืดหยุ่นและไม่สามารถทำงานร่วมกันได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อต้องบริหารจัดการสำนักงานสาขาจำนวนมาก, หลายระบบเครือข่ายแคมปัสขององค์กร และหลายดาต้าเซ็นเตอร์ให้ทำงานร่วมกัน สถาปัตยกรรมเหล่านี้ต้องอาศัยกระบวนการจัดการด้วยการลงมือทำเองโดยผู้ดูแลระบบบนระบบปฏิบัติการที่หลากหลาย ส่งผลให้มีหลากหลายแนวทางในการดูแลระบบที่แยกย่อยต่าง ๆ และทำให้ระบบเครือข่ายไม่สามารถตอบสนองความต้องการฟังชันส์การทำงานสมัยใหม่ได้ และข้อมูลอันไร้ระเบียบปริมาณมหาศาลที่ไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้

 

 

ในรายงานของ Gartner ได้ชี้ให้เห็นว่า “เมื่อความเร็วในการอัปเดตระบบนั้นมีบ่อยครั้งขึ้น การให้ผู้ดูแลระบบวางแผนในการเปลี่ยนแปลงระบบเครือข่ายสิบส่วน, ร้อยส่วน หรือพันส่วนทุก ๆ ครั้งที่แอปพลิเคชันมีการเปลี่ยนแปลงด้วยตนเองนั้นก็เป็นไปไม่ได้อีกต่อไป การจัดการกับการเปลี่ยนแปลงเหล่านี้ด้วยตนเองนั้นไม่เพียงแต่จะไม่เหมาะสมในทางปฏิบัติงานเท่านั้น แต่ยังมีโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดปริมาณมหาศาลได้มากอีกด้วย” กระบวนการที่ผู้ดูแลระบบต้องทำด้วยตนเองนั้นสามารถขัดขวางความสามารถขององค์กรธุรกิจในการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว, การสร้างสรรค์นวัตกรรม และการก้าวสู่ตลาดใหม่เพื่อการแข่งขันได้เป็นอย่างมาก  อุปสรรคเหล่านี้สามารถถูกก้าวข้ามได้ด้วยระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ Cloud-Native โดยหากอ้างอิงจาก Gartner แล้ว จะพบว่า ระบบโครงสร้างพื้นฐานแบบ Cloud-Native มีคุณลักษณะดังต่อไปนี้:

 

  • การแบ่งระบบออกเป็นโมดูล – โดยมีชั้นของการแบ่งแยกบริการแต่ละกลุ่มที่ไม่เกี่ยวข้องกันออกจากกัน (อย่างเช่น การใช้ Container หรือ Serverless Functions)
  • การควบคุมด้วยโปรแกรมได้ – โดยมีการสนับสนุนการใช้งานและการบริหารจัดการผ่านทางระบบ API และการกำหนดนโยบายได้
  • มีความยืดหยุ่น – ทรัพยากรในระบบสามารถที่จะถูกเพิ่มหรือลดได้อย่างยืดหยุ่นแบบอัตโนมัติและเป็นไปตามนโยบายที่กำหนดเอาไว้โดยใช้ orchestrators
  • ระบบมีความมั่นคงทนทาน – แต่ละบริการมีการเชื่อมต่อกันอย่างไม่ยึดติดกันจนเกินไป และทำงานแยกขาดจากกันได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อกันเมื่อเกิดปัญหาในการทำงาน”

 

 

องค์กรธุรกิจสมัยใหม่นั้นต้องการระบบเครือข่ายตั้งแต่ปลายขอบไปจนถึงคลาวด์ซึ่งทำงานอยู่บนแพลทฟอร์มเดียวกัน เพื่อให้ได้รับประโยชน์จากการทำงานแบบอัตโนมัติและเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานให้สูงขึ้น ช่วยลดภาระของผู้ให้บริการระบบเครือข่ายลง และทำให้สามารถมุ่งเน้นไปยังงานที่มีความสำคัญสูงต่อธุรกิจได้มากขึ้น

 

ระบบปฏิบัติการเดียว สถาปัตยกรรม ASIC เดียว ดูแลรักษาด้วยแนวทางเดียวกัน

(One OS. One ASIC Achitecture. One Operating Model.)

 

ด้วยการต่อยอดจากนวัตกรรมล้ำสมัยและความสำเร็จของ Core Switch รุ่น CX 8400 Series ที่ใช้ระบบปฏิบัติการ AOS-CX ที่ผ่านมา เป็นพลังผลักดันที่สำคัญทำให้อรูบ้าสามารถชนะใจลูกค้ารายสำคัญใหม่ ๆ มาได้จำนวนมาก อรูบ้ายังเพิ่มพลังเสริมแนวโน้มนี้ต่อด้วยผลิตภัณฑ์สวิตช์รุ่นใหม่ที่ทันสมัยซึ่งใช้ระบบปฏิบัติการเดียวกันทั้งในระบบเครือข่ายแคมปัสขององค์กรธุรกิจ, การเชื่อมต่อหลายสาขา ไปจนถึงดาต้าเซ็นเตอร์ต่าง ๆ  ทำให้การดูแลรักษาระบบเครือข่ายสะดวกง่ายดายยิ่งขึ้น แพลทฟอร์มใหม่ในผลิตภัณฑ์สวิตช์ตระกูล Aruba CX ได้รวมเอาปัจจัยสำคัญของโครงสร้างพื้นฐานระบบเครือข่ายสมัยใหม่เอาไว้ด้วยกัน ได้แก่:

 

  • สวิตช์ตระกูล Aruba CX 6300 และ Aruba CX 6400 ที่ใช้สถาปัตยกรรม ASIC รุ่นที่ 7 ของอรูบ้า: Aruba CX 6300 Series คือรุ่นใหม่ของสวิตช์แบบ Stackable ที่มีสามารถเพิ่มขยายได้อย่างยืดหยุ่นผ่านทาง Virtual Switching Framework (VSF) ที่รองรับสมาชิกมากถึงสิบอุปกรณ์ และมีการเชื่อมต่อเครือข่ายระดับ 10/25/50 Gigabit ให้พร้อมใช้งานเพื่อให้รองรับต่อความต้องการด้านแบนด์วิดธ์ในปัจจุบันและอนาคตได้ ในขณะที่ Aruba CX 6400 Series ซึ่งเป็นสวิตช์แบบ Modular นี้จะมีรุ่น Chassis แบบ 5 ช่องและ 10 ช่องซึ่งทำงานได้เต็มประสิทธิภาพ และสามารถเพิ่มขยายระบบจาก Gigabit POE ที่ชั้นของการเชื่อมต่อไปเป็น 100G ที่ชั้นของ Core ได้ ทำให้ลูกค้าสามารถทำงานอย่างมีมาตรฐานบนแพลทฟอร์มเดียวกันทั้งองค์กร ซึ่งรวมถึงการทำงานผสานรวมกันแบบไฮบริดได้ด้วย

 

  • AOS-CX 10.4: AOS-CX รุ่นใหม่ที่มีความสามารถเพิ่มเติมด้านการเชื่อมต่อได้อย่างหลากหลายระบบปฏิบัติการ และสร้างความแตกต่างให้กับ CX ได้มากยิ่งขึ้นในขั้นของการเชื่อมต่อเครือข่าย ความสามารถเหล่านี้ได้แก่ Aruba Dynamic Segmentation ที่สามารถควบคุมนโยบายด้านความมั่นคงปลอดภัยให้แก่ระบบเครือข่ายแบบมีสายและไร้สายร่วมกันได้ เพื่อบังคับใช้แก่ผู้ใช้ทุกคนและทุกอุปกรณ์ IoT, การใช้งาน Ethernet VPN (EVPN) over VxLAN สำหรับเชื่อมต่อเครือข่ายได้อย่างง่ายดายและมั่นคงปลอดภัยจากเครือข่ายขององค์กรธุรกิจไปยังดาต้าเซ็นเตอร์ และ Virtual Switching Extension (VSX) ที่สามารถอัปเกรดได้โดยไม่ต้องหยุดการทำงานของระบบในระหว่างที่มีการบำรุงรักษาแต่อย่างใด

 

 

 

 

  • Aruba NetEdit 2.0 ทำงานร่วมกับ Network Analytics Engine (NAE): การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของซอฟต์แวร์ Aruba NetEdit ในครั้งนี้ก็คือความสามารถในการทำงานร่วมกับ Aruba NAE ซึ่งความสามารถนี้จะทำให้การแสดงผลการทำงานของระบบเครือข่ายจากศูนย์กลางเกิดขึ้นได้จากการใช้ข้อมูลจากระบบวิเคราะห์ข้อมูลแบบกระจายตัวของ NAE ที่มีอยู่บนสวิตช์ทุกชุดภายในระบบเครือข่าย เพื่อลดเวลาที่ต้องใช้ในการแก้ไขปัญหาจากที่เคยต้องใช้เวลาหลายวันให้เหลือเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ความสามารถในการทำงานได้แบบอัตโนมัติที่เพิ่มเข้ามานี้จะทำให้งานพื้นฐานมีความง่ายดายยิ่งกว่าเดิม ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนการตั้งค่า หรือการเริ่มต้นติดตั้งใช้งานอุปกรณ์ใหม่ ซึ่งล้วนสามารถทำงานได้ผ่าน CX Mobile App ทั้งสิ้น

 

 

ผลิตภัณฑ์สวิตช์ตระกูล CX อันได้แก่สวิตช์รุ่น Aruba CX 6300 และ CX 6400, AOS-CX รุ่นใหม่ และ Aruba NetEdit 2.0 มีวางจำหน่ายแล้วในประเทศไทย โดยสามารถสอบถามราคาได้จากตัวแทนจำหน่าย

 

อรูบ้า บริษัทในเครือฮิวเล็ตต์แพ็คการ์ดเอ็นเตอร์ไพรส์ เป็นผู้นำด้านระบบเครือข่ายอัจฉริยะที่มั่นคงปลอดภัย ที่จะช่วยให้ลูกค้าสามารถก้าวข้ามและส่งมอบประสบการณ์ดิจิทัลในยุคสมัยแห่งโมไบล์, IoT และคลาวด์ได้อย่างอัศจรรย์ เราได้เปลี่ยนกฎของระบบเครือข่ายให้ระบบเครือข่ายนั้นง่ายดายสำหรับฝ่าย IT และองค์กร เพื่อเชื่อมต่อโลกแห่งความเป็นจริงเข้ากับโลกแห่งดิจิทัล ณ ปลายสุดของการเชื่อมต่อเครือข่าย

 

คุณสามารถเรียนรู้เพิ่มเติมได้ด้วยการเยี่ยมชมเว็บไซต์ของอรูบ้าที่ https://www.arubanetworks.com/sea/ สำหรับการอัปเดตข่าวสารแบบทันท่วงที สามารถติดตามอรูบ้าได้ทาง Twitter และ Facebook และสำหรับบทสนทนาเชิงเทคนิคทางด้านการเครือข่ายไร้สายและผลิตภัณฑ์ของอรูบ้า คุณสามารถเยี่ยมชม Airheads Community ได้ที่ http://community.arubanetworks.com