พฤติกรรมเหล่านี้ที่บอกว่าคุณติดรสเค็ม เสี่ยงโรคร้าย!?!

Healthy

สำหรับคนที่ชอบกินเค็ม ไม่ว่าจะเป็นเมนูไหนก็ตาม หากไม่หยุดพฤติกรรมการกินเค็ม เสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพได้ง่าย เช่น โรคไต โรคความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ อัมพฤกษ์ อัมพาต รวมไปถึงทำให้เกิดโรคหอบหืดชนิดรุนแรง ทั้งยังเป็นสาเหตุของอาการปวดศีรษะไมเกรน และเสี่ยงต่อการเกิดโรคกระดูกพรุน ตลอดจนโรคมะเร็งในกระเพาะอาหารอีกด้วย 

ร่างกายของคนเราต้องการโซเดียม / วัน เพียงแค่ 1 ช้อนชา หรือประมาณ 2,400 มิลลิกรัมเท่านั้น แต่กลับคนที่ชอบกินเค็ม มักกินมากถึง 3 เท่า และถ้าใครไม่อยากเอาตัวเองไปเสี่ยงต่อโรคภัยที่เป็นปัญหาต่อสุขภาพระยะยาว ต้องปรับแนวทางการกินให้ได้ โดยเริ่มจากปัจจัยเหล่านี้เลย

 

 

 

 

1. ชิมก่อนปรุง

คนไทยหลายคนเลือกที่จะเติมเครื่องปรุงก่อนชิม ไม่ว่าจะเป็นน้ำปลา น้ำตาล และน้ำส้มสายชู บางครั้งยังไม่ทันชิมก็ตักเครื่องปรุงลงไปตามความเคยชินแล้ว พอชิมยังไม่ได้รส ก็เติมไปเรื่อยๆ จนกว่าจะพอใจ ดังนั้น ถ้าเปลี่ยนแนวทางใหม่ด้วยการชิมก่อนปรุง จะทำให้คุณรู้ว่าควรปรุงเพิ่มหรือไม่ เพราะบางร้านรสชาติอาหารอร่อยดีอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องปรุงอะไรเพิ่มเลย

 

2. คิดให้เยอะ ก่อนเลือกอาหารแปรรูป

จากวิถีชีวิตที่เร่งรีบ ทำให้ไม่มีเวลาสนใจในการเลือกซื้ออาหารที่มีคุณค่าหรือดีต่อสุขภาพ กลับเลือกอาหารที่เร็วและง่ายเพื่อประหยัดเวลา โดยเฉพาะอาหารแปรรูปอย่างไส้กรอก หมูยอ ลูกชิ้นต่างๆ ซึ่งอาหารแปรรูปเหล่านี้ล้วนมีโซเดียมจากกระบวนการถนอมอาหาร และมีโซเดียมแฝงเข้ามาอีก จากการเติมสารปรุงแต่งต่างๆ เพื่อได้ให้สี กลิ่น รส และสัมผัสที่ถูกใจผู้บริโภค ฉะนั้น ถึงแม้จะไม่มีเวลาเลือกกินอาหารมากพอ ก็ควรรู้สักนิดว่า อาหารประเภทไหนที่เหมาะสม หรือไม่เหมาะสม!! และตัวเลือกอาหารที่เหมาะสำหรับคนเร่งรีบ และดีต่อสุขภาพ ก็คือ นมโปรตีน ผลไม้ โยเกิร์ต เป็นต้น ซึ่งหาซื้อได้ง่ายในเซเว่นทั่วประเทศ

 

3. เลี่ยงน้ำจิ้ม

ปัจจัยที่เป็นปัญหาสำหรับการกินอาหารแบบแทบไม่รู้ตัว คือการราดน้ำจิ้มแบบเยอะๆ หรือจิ้มน้ำจิ้มแบบมากๆ แม้ว่าอาหารบางอย่างก็มีโซเดียมอยู่แล้ว พอจิ้มน้ำจิ้มเพิ่มเข้าไปก็ยิ่งได้รับโซเดียมเพิ่มเข้าไปอีก ทางที่ดีควรจิ้มน้ำจิ้มน้อยๆ หรือเลี่ยงได้เลยยิ่งดี

 

4. คิดให้ดีก่อนซดน้ำซุป

อาหารกลุ่มก๋วยเตี๋ยว บะหมี่ สุกี้ต่างๆ รวมไปถึงน้ำแกง ทั้งที่มีกะทิและไม่มีกะทิ อย่างต้มยำ ต้มโคล้ง เป็นอาหารอีกประเภทที่คนไทยชอบรับประทาน และน้ำซุปที่อร่อยเข้มข้นก็ยิ่งทำให้ถูกปากถูกใจ แต่รู้ไหมว่า!! น้ำซุปแทบทุกชนิดมีการเติมซอสปรุงรส หรือผงปรุงรสต่างๆ ลงไปค่อนข้างเยอะ เรียกได้ว่า โซเดียมสูงมากเลยทีเดียว ถ้าไม่อยากเสี่ยงทานเค็มมากเกินไป เน้นปรุงให้น้อย เอาแค่กล่อมก็พอ

 

5. น้ำต้มยำ น้ำส้มตำ ใช่ว่าจะไม่มีโซเดี่ยม

เมนูอาหารที่คนไทยชอบมากที่สุดก็คือ ส้มตำ ยำ ของแซ่บๆ ยิ่งเปรี้ยว หวาน เค็ม เผ็ด ยิ่งชอบ แต่รู้ไหมว่า น้ำยำ น้ำส้มตำเหล่านี้ มีการเติมผงปรุงรสที่มีโซเดียมสูง โดยสารปรุงรสเหล่านี้มักไม่ค่อยเค็ม จึงต้องมีการเติมลงไปมาก เพื่อให้ได้รสชาติที่ต้องการ ขณะที่ส้มตำหรือยำบางอย่าง มีการใส่ปลาร้าที่มีโซเดียมสูงอยู่แล้ว ก็ยิ่งได้รับโซเดียมมากเกินไปใหญ่

 

 

แนวทางปรับเปลี่ยนพฤติกรรมติดอาหารรสเค็ม

  • ชิมรสชาติอาหารทุกครั้ง ก่อนที่จะปรุงอะไรเพิ่มลงไป เพื่อลดการได้รับความเค็มมากจนเกินปริมาณที่ร่างกายต้องการ
  • จากเดิมที่ชอบซื้ออาหารทาน ลองเปลี่ยนมาทำอาหารกินเองดูบ้าง เน้นซื้อของสด ทั้งผัก เนื้อสัตว์ พร้อมควบคุมการปรุงให้อยู่ในปริมาณที่พอดี จะช่วยลดปริมาณโซเดียมลงไปได้
  • ลดการใช้น้ำจิ้มลงหรือจิ้มเพียงเล็กน้อย ก็จะช่วยลดการรับโซเดียมลงไปได้อย่างมาก
  • ลดการซดน้ำซุปต่างๆ ลง เน้นรับประทานเฉพาะเส้นและเครื่องเคียง ก็สามารถช่วยลดปริมาณโซเดียมที่จะได้รับในแต่ละวันลงไปได้
  • บอกพ่อค้า แม่ค้า ให้ลดการเติมผงชูรส เพื่อเลี่ยงลดเค็มหรือทำอาหารให้มีรสเค็มน้อยๆ ก็สามารถช่วยลดโซเดียมลงได้
  • ลดความถี่ในการกินอาหารที่มีรสชาติเค็มจัด เช่น ปลาร้า กะปิ หรือหากต้องกิน ก็ให้ลดการปรุงรสส่วนอื่นลง ซึ่งก็จะเป็นอีกหนทางหนึ่งที่ช่วยลดปริมาณโซเดียมได้เช่นกัน

 

เพียงเท่านี้ ก็สามารถลดปริมาณการกินเค็มลงได้แล้วล่ะ แถมยังลดความเสี่ยงโรคอันตรายจากความเค็มได้ด้วย อีกทั้ง ถ้าเราหันมารับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ อย่างพอดี พร้อมปรับรสชาติของอาหารให้อยู่ในระดับพอดี และออกกำลังกายร่วมด้วย เชื่อว่า สุขภาพของคุณต้องดีวันดีคืน และยังห่างไกลโรคภัย แถมสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองได้ด้วยเช่นกัน

แต่จะดีกว่านี้ไหม!! ถ้าเราสามารถเช็คอาหารแต่ละเมนูว่า มีแคลอรี่เท่าไหร่ เพื่อเลือกเมนูอาหารให้เหมาะสมต่อร่างกายที่ควรได้รับ ซึ่งทุกคนสามารถเช็คแคลอรี่อาหารได้จากที่นี่เลย

 

ไม่มีเครื่องดื่ม น้ำตาล0% ที่ดีต่อสุขภาพ!
นอนหลับ “ไม่ฝัน” ไม่ได้แปลว่า “นอนหลับสนิท”!
ออกกำลังกายแบบนี้สิ ช่วยให้อายุยืนยาว!

 

สนใจรับเคล็ดลับลดน้ำหนัก เพิ่มกล้าม เพิ่มเติมได้ที่

Facebook : WHEYWWL

Instagram : wheywwl

Twitter : WheyWWL Official

Youtube : WHEYWWL Official