ททท.จับมือ NIA และ IAI ลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ในโครงการท่องเที่ยววิถีใหม่ปลอดภัยด้วย SHA × SafeT

ข่าวประชาสัมพันธ์

วันนี้ (๒๓ กันยายน ๒๕๖๓) การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) โดยนายยุทธศักดิ์ สุภสร    ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วย สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) (NIA) โดย ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ และสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ (IAI) โดย นางศิริญา เทพเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการ SHA x SafeT พร้อมจับมือเปิดตัวแคมเปญ “ท่องเที่ยววิถีใหม่ปลอดภัยด้วย SHA x SafeT” โดยมีวัตถุประสงค์พลิกฟื้นอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของไทยให้กลับมาคึกคักบนพื้นฐานความปลอดภัย เที่ยววิถีใหม่ New Normal

                นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กล่าวว่า “กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โดย ททท. ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุข โดยกรมควบคุมโรค กรมอนามัย กรมสนับสนุนบริการสุขภาพ และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว ได้ร่วมกันในโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัยAmazing Thailand Safety & Health Administration (SHA) เพื่อให้นักท่องเที่ยว ทั้งชาวไทยและชาวต่างประเทศมีความมั่นใจในความปลอดภัยด้านสุขอนามัยจากสินค้าและบริการทางการ ท่องเที่ยวซึ่งผนวกกับมาตรการด้านสาธารณสุข ปัจจุบันนี้ถึงแม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19ในประเทศไทยจะดีขึ้น คนไทยเริ่มเดินทางท่องเที่ยวในประเทศไปตามจังหวัดต่างๆเพิ่มมากขึ้น และเพื่อเป็นการต่อยอดโครงการมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย (SHA)  อันจะส่งเสริมให้นักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการมีเครื่องมือและช่องทางในการสร้างความมั่นใจในการเดินทางท่องเที่ยวได้อย่างปลอดภัย ง่ายต่อการค้นหาสถานประกอบการที่ได้รับตราสัญลักษณ์ SHA

                ททท. จึงได้ร่วมมือกับ สำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) และสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ ซึ่งเป็นผู้พัฒนาแพลตฟอร์ม SafeT เพื่อนำมาใช้กับมาตรฐาน SHA  ในรูปแบบ    Co-Creation “SHA x SafeT” โดยสถานประกอบการทั้ง 10 ประเภทที่ได้รับตรามาตรฐาน SHA จะได้รับการปักหมุดในแผนที่บนแพลตฟอร์ม SafeT เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาและ เดินทางเข้าถึงสถานที่ท่องเที่ยว และสถานประกอบการต่างๆ  ที่มีมาตรฐาน SHA”

-2-

                ดร.พันธุ์อาจ ชัยรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน) กล่าวว่า “ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในประเทศไทยนี้ หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างก็มีการนำเอานวัตกรรมและเทคโนโลยีเข้ามาใช้เพื่อช่วยควบคุมการแพร่ระบาด NIA ในฐานะหน่วยงาน    ที่ส่งเสริมการพัฒนานวัตกรรมของประเทศก็ได้เป็นส่วนหนึ่งในการสนับสนุนสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติในการพัฒนาแพลตฟอร์ม SafeT เพื่อส่งเสริมอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยต่อไป”

                นางศิริญา เทพเจริญ ผู้อำนวยการสถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ กล่าวว่า     “สถาบันนวัตกรรมปัญญาประดิษฐ์นานาชาติ ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน ได้แก่ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และบริษัท ณุศาศิริ จำกัด (มหาชน) ได้พัฒนาแพลตฟอร์ม SafeT ขึ้นมาเพื่อส่งเสริมให้เกิดกิจกรรมการท่องเที่ยวที่ปลอดภัยด้านสุขอนามัยขึ้นในประเทศไทย เนื่องจากการแพร่ระบาดของเชื้อโรคโควิด 19 ที่ผ่านมาทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของประเทศไทยหยุดชะงักไป แม้ขณะนี้จะเริ่มกลับมาท่องเที่ยวมากขึ้นแต่ก็ยังมีความวิตกกังวลต่อการแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ซึ่งแพลตฟอร์ม SafeT          เป็นแพลตฟอร์มเพื่อสนับสนุนการท่องเที่ยวที่ปลอดภัย เราจึงผนึกกำลังร่วมกับ ททท. จัดทำโครงการความร่วมมือ SHA x SafeT เพื่อเชื่อมโยงและบูรณาการข้อมูลสถานที่ท่องเที่ยวที่ได้รับมาตรฐาน SHA เข้ากับแพลตฟอร์ม SafeT นักท่องเที่ยวสามารถค้นหาได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปได้รับตราสัญลักษณ์ SHA หรือไม่ เพื่อช่วยเหลือให้นักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในสถานที่ท่องเที่ยวว่ามีมาตรฐานความปลอดภัยด้านสุขอนามัย”

                “แพลตฟอร์ม SafeT เป็นแพลตฟอร์มที่นำเทคโนโลยี AI เข้ามาใช้ในอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวเป็นครั้งแรกในประเทศไทย เป็นเครื่องมือสำคัญที่จะช่วยบอกถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่ปลอดภัยเพื่อให้ผู้ใช้งานสามารถท่องเที่ยวได้อย่างสบายใจ โดยแพลตฟอร์ม SafeT จะมีฟังก์ชัน SafeT Place ที่สามารถค้นหาได้ว่าสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปนั้นปลอดภัยหรือไม่เพื่อสร้างความมั่นใจในการท่องเที่ยวสร้างรายได้ให้ผู้ประกอบการท่องเที่ยวทั้งรายเล็กและรายใหญ่ และช่วยพลิกฟื้นให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยวของไทยกลับมาคึกคักอีกครั้ง”     นางศิริญา กล่าวเสริม

                      นายรามเนตร ใจกว้าง นายกเทศมนตรีนครเกาะสมุย กล่าวว่า “เกาะสมุยเป็นพื้นที่หนึ่งที่มีรายได้หลักมาจากการท่องเที่ยวซึ่งปัจจุบันนักท่องเที่ยวจำนวนมากยังมีความวิตกกังวลเรื่องการติดเชื้อเป็น จำนวนมาก ทำให้เกาะสมุยได้รับผลกระทบเป็นอย่างมาก และตั้งแต่เดือนตุลาคมที่รัฐบาลจะมีการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ (Special Tourist Visa) เกาะสมุยจึงมีการเตรียมความพร้อมเพื่อรองรับนักท่องเที่ยวที่จะเข้ามาไว้พร้อมแล้วทั้งในด้านอุปกรณ์เพื่อคัดกรองนักท่องเที่ยวที่ป่วย การตรวจวัดอุณหภูมิประจำวัน เพื่อบันทึกประวัติการเดินทางของนักท่องเที่ยว และแพลตฟอร์ม SafeT  เข้ามาตอบโจทย์ได้ในด้านระบบการช่วยป้องกันการติดเชื้อ การดูแลสุขอนามัย และการแจ้งพื้นที่ที่ปลอดภัยเพื่อความมั่นใจของนักท่องเที่ยวได้”